มาตรฐานการทำงาน คืออะไร

มาตรฐานการทำงาน

ในปัจจุบัน มาตรฐานการทำงาน เป็นสิ่งสำคัญของวงการอุตสาหกรรมต่างรู้จักและเข้าใจกันดีถึงคำว่า “การเพิ่มผลผลิต” ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ต่างมุ่งหวังจะให้ทุกส่วนงานในองค์กรของตนเองมีการเพิ่มผลผลิต และรากฐานของการเพิ่มผลผลิตที่สำคัญซึ่งทุกองค์กรต้องให้ความสนใจคือ “มาตรฐาน”

มาตรฐานจะเป็นเสมือนตัวตั้งต้น หรือบรรทัดฐานในการวัดผลผลิต นอกจากนั้น มาตรฐานจะเป็นกลไกที่สำคัญที่จะทำให้การดำรงอยู่ของวิธีการทำงานที่ก่อให้เกิดการเพิ่มผลผลิตเป็นไปอย่างยั่งยืน บทบาทที่สำคัญของมาตรฐานที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือ มาตรฐานจะเป็นทั้งตัวกำหนด และตัวกระตุ้นในการตั้งเป้าหมาย และการก้าวข้ามเป้าหมายในการดำเนินงานไปพร้อมๆกัน หากองค์กรหรือหน่วยงานใดไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า “มาตรฐาน” องค์กรนั้นก็จะไม่ทราบถึงเส้นฐาน (Base Line) ของทุกๆกิจกรรมในองค์กร และเมื่อเป็นเช่นนั้น องค์กรเหล่านั้นจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าการดำเนินการเพื่อให้บรรลุมาตรฐานนั้นจะต้องดำเนินไปอย่างไร ส่งผลให้องค์กรไม่สามารถวางเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่วิธีปฏิบัติในทุกๆ กิจกรรมขององค์กร ดังนั้นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจและใส่ใจในเรื่องมาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมไทยควรหันมาให้การสนับสนุนกันอย่างจริงจัง

บริบทของคำว่า “มาตรฐาน” ในวงการอุตสาหกรรมที่ทุกคนมักจะนึกถึง คือ ข้อกำหนด ข้อควบคุม ของผลิตภัณฑ์ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยลูกค้า ผู้ใช้งาน หรือหน่วยงานอิสระ เพื่อเป็นเครื่องมือยืนยันถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้น สำหรับหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงคำว่า “มาตรฐาน” ในอีกแง่มุมหนึ่งที่ว่าด้วย ข้อกำหนดในวิธีการปฏิบัติงานของพนักงาน ในเชิงปฏิบัติจะถูกเรียกแทนสิ่งนี้ว่า “มาตรฐานการทำงาน”

มาตรฐานการทำงานถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในอุตสาหกรรม เพราะจะเป็นสิ่งที่พนักงานทุกคนยึดถือปฏิบัติ มาตรฐานการทำงานจะเป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานทุกคนทราบถึงขั้นตอนวิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับ คุณภาพ เวลาการผลิต และต้นทุนของผลิตภัณฑ์โดยตรง

สำหรับอุตสาหกรรมไทยการสร้างมาตรฐานการทำงานให้กับพนักงานเสมือนยาขมด้วยเหตุผลหลักดังต่อไปนี้

  1. มาตรฐานการทำงานมักจะเป็นเครื่องมือตัวแรกที่ถูกอ้างถึงเมื่อกระบวนการผลิตเกิดปัญหา
  2. มาตรฐานการทำงานมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพนักงานในหลายๆหน่วยงาน
  3. มาตรฐานการทำงานจะถูกบังคับใช้กับพนักงานทุกๆคน
  4. มาตรฐานการทำงานจะถูกท้าทายอยู่เสมอโดยตัวพนักงานผู้ปฏิบัติงาน
  5. มาตรฐานการทำงานจะถูกสื่อสารผ่านพนักงานในหลายๆ ระดับการศึกษา และหลากหลายสัญชาติ

จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อประเด็นทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพนักงานในระดับปฏิบัติการ เพราะพนักงานกลุ่มดังกล่าว มักจะสร้างแรงกดดันให้กับวิศวกรผู้ควบคุมการผลิตเป็นอย่างมากที่จะต้องสร้างมาตรฐานการทำงานให้ดี และเป็นที่ยอมรับ อีกทั้งปัจจุบันตลาดแรงงานไทยกำลังเปิดกว้างสู่อาเซียน ทำให้มีการหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานต่างชาติสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการทำให้มาตรฐานการทำงานสามารถเป็นที่ยอมรับภายใต้อุปสรรคทางการสื่อสารด้านภาษาจึงถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จึงเป็นที่มาของการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพเคลื่อนไหวมาใช้ในการสร้าง มาตรฐานการทำงาน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการสื่อสารให้กับมาตรฐานการทำงานนอกจากนี้ยังจะทำให้การวัดผลงาน และการควบคุมการทำงานโดยการอ้างอิงมาตรฐานการทำงานมีความชัดเจน และเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การเพิ่มผลผลิตภายในองค์กรเป็นไปได้อย่างยั่งยืน

ความหมายของ มาตรฐานการทำงาน

มาตรฐานการทำงานคือ หลักเกณฑ์หรือตัวอย่างที่แสดงวิธีการปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อใช้เป็นตัวกำหนด และสื่อสารวิธีการทำงานให้กับพนักงานในทุกระดับ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ในเวลาและงบประมาณที่ต่ำที่สุด

ประโยชน์ที่ได้รับจากมาตรฐานการทำงานที่ดี

  1. มาตรฐานการทำงานที่ดีจะทำให้พนักงานมีวิธีปฏิบัติงานที่เป็นรูปแบบเดียวกัน ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีความสม่ำเสมอ
  2. พนักงานจะเกิดการยอมรับรูปแบบการทำงานใหม่ๆที่เป็นมาตรฐานได้อย่างรวดเร็ว
  3. พนักงานจะมีส่วนร่วมในการสร้าง แก้ไข และปรับปรุงมาตรฐานการทำงานมากขึ้น
  4. มาตรฐานการทำงานที่ดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำงานให้กับพนักงาน
  5. มาตรฐานการทำงานที่ดีจะช่วยสนับสนุนให้พนักงานกล้านำเสนอแนวความคิดของตนเอง อันจะนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
  6. การสร้างมาตรฐานการทำงานที่ดีจะทำให้พนักงานมีความเข้าใจในงานที่ทำ และรู้สึกท้าทายต่อเป้าหมายทางการผลิตที่ถูกกำหนดขึ้น
  7. การถ่ายทอดวิธีการทำงานจาก มาตรฐานการทำงาน สู่พนักงานใหม่จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น

องค์ประกอบของ มาตรฐานการทำงาน

มาตรฐานการทำงาน จะต้องถูกสื่อสารออกไปสู่พนักงานในหลายๆระดับซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในระดับการศึกษา และเชื้อชาติ ดังนั้นเอกสาร มาตรฐานการทำงาน จะต้องถูกทำให้ง่าย และชัดเจนเพื่อให้ทุกคนรู้ และสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนั้นองค์ประกอบที่สำคัญที่ มาตรฐานการทำงาน ที่ดีควรจะมี มีดังต่อไปนี้

  1. รูปแบบและขั้นตอนการทำงานที่เป็นมาตรฐานจะต้องถูกนำแสดงไว้ตามลำดับก่อนหลัง
  2. เวลาในการทำงานที่เป็นมาตรฐานจะต้องถูกแสดงประกอบในแต่ละขั้นตอนการทำงาน
  3. จุดตรวจเช็ค และควบคุมมาตรฐานทางเทคนิคเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ได้จากการปฏิบัติงานเป็นไปตามคุณภาพที่ได้กำหนดไว้
  4. รูปภาพแสดงข้อมูลเพื่อให้พนักงานสามารถทำความเข้าใจวิธีการทำงานในทุกลำดับ ตลอดจนลักษณะทางกายภาพของชิ้นงานและวัสดุในการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน
  5. ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม เช่น ชนิดวัสดุ ภาพแสดงอุปกรณ์ช่วยปฏิบัติงาน เป็นต้น

การสร้างมาตรฐานการทำงาน

ศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้าง”มาตรฐานการทำงาน’ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการอุตสาหกรรม คือ ศาสตร์ด้านการศึกษาการทำงาน (Work Study) ศาสตร์ด้านนี้จะประกอบไปด้วยประเด็นความรู้ที่สำคัญ 2 ด้านได้แก่ การศึกษาวิธีการ (Method Study) และการวัดผลงาน (Work Measurement) ทั้ง 2 กลุ่มความรู้ต่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง และพัฒนาวิธีการทำงาน ตลอดจนกำหนด และควบคุมผลผลิตเชิงปริมาณ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่กระบวนการเพิ่มผลผลิตดังรูป

รูปแสดงประเด็นความรู้ในศาสตร์ด้านการศึกษาการทำงาน (Work Study)

สำหรับหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงเครื่องมือและเทคนิคในทั้ง 2 กลุ่มความรู้เฉพาะในส่วนที่สำคัญและนิยมใช้ในวงการอุตสาหกรรมเท่านั้น โดยจะมุ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหา และอุปสรรคเมื่อต้องนำความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการสร้างและพัฒนา’มาตรฐานการทำงาน’ในอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอกระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศในการสร้าง’มาตรฐานการทำงาน’เชิงดิจิตอลที่จะทำให้บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมสามารถสร้าง และพัฒนามาตรฐานการทำงานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างมาตรฐานการทำงาน

            โดยทั่วไปมาตรฐานการทำงานในโรงงานมักจะนำเสนอเป็นลำดับขั้นตามขั้นตอนการปฏิบัติงานดังในรูป นอกจากนั้นมาตรฐานการทำงานจะต้องนำแสดงข้อมูลที่สำคัญๆ เช่น เวลาในการทำงาน รูปภาพแสดงตัวอย่างการทำงาน ข้อมูลมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือ และอุปกรณ์ ตลอดจนบุคลากรต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

รูปแสดงตัวอย่างมาตรฐานการทำงาน

ieProsoft โซลูชั่นครบวงจรด้านการบริหารการผลิตในอุตสาหกรรม

บริษัท ไออี บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด (IEBS) เป็นผู้ให้บริการระบบซอฟแวร์ทางด้านการจัดการอุตสาหกรรม การวางแผนการผลิตโดยลงลึกไปจนถึงการจัดตารางการผลิตมาตรฐานการการทำงานการจัดสมดุลการผลิต รวมไปถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า ครอบคุลมการบริการในด้านต่างๆที่สำคัญต่อการนำระบบไปใช้ในภาคธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดูแลตั้งแต่การติดตั้ง การให้ปรึกษา การนำไปใช้งานจริง (Implementation) รวมถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ต่างๆ เราสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ยุค ดิจิทัล ด้วยเครื่องมือในกลุ่ม ieProsoft อาทิเช่น ieSmart WI, ieLineBalancing, ieInventory และ ieInventory ซึ่งซอฟแวร์ทั้งหมดนี้ เป็นตัวช่วยให้สามารถบริหารการจัดการผลิตได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำไรให้บริษัทได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน IEBS มีการให้บริการซอฟแวร์ทั้งแบบบริการผ่านซอฟต์แวร์แบบ สแตนด์อโลน (Stand-alone Software) ไปจนถึงชุดซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบ (Full-Blown) แบบคลาวด์โซลูชั่น (Cloud Solution) ได้แก่

  • ieSmart WI: โปรแกรมสร้างมาตรฐานการทำงาน ที่ช่วยให้การสร้างงานฐานในโรงงานง่ายขึ้น เวลาได้มาตรฐานที่ชัดเจน สะดวก และเป็นองค์ความรู้สำหรับองค์กรได้เป็นอย่างดี
  • ieLineBalancing: โปรแกรมจัดสมดุลสายการผลิต เหมาะสำหรับวิศวกร หรือเจ้าหน้าที่วางแผนการผลิตใช้ในการจัดวางแผนสายการผลิต ภายใต้ความต้องการที่ไม่แน่นอน และกำลังคนที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา
  • ieInventory: โปรแกรมจัดการคลังสินค้า ที่ช่วยให้การบริหารคลังในระดับอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ด้วยฐานข้อมูลบนคลาวด์
  • ieScheduling : โปรแกรมจัดตารางการผลิต เครื่องมือช่วยในการจัดการผลิตในระดับปฎิบัติการ ควบคุม และติดตามงานแบบทันเวลา (Realtime) และประเมินกำลังการผลิตได้รวดเร็ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *