การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน

ก่อนที่จะสร้างมาตรฐานการทำงานในขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นตอนผู้สร้างจะต้องทำความเข้าใจภาพรวมของกระบวนการผลิตเสียก่อนเป็นลำดับแรก ในการอธิบายว่ากระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไรนั้น มีเครื่องมือที่ใช้กันอย่างกว้างขวางคือ แผนภูมิกระบวนการผลิต (Process Chart) เพื่อให้การบันทึกขั้นตอนการทำงานที่เกิดขึ้นสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และเอื้อต่อการวิเคราะห์เพื่อการปรับปรุงการทำงาน จึงจะมีการใช้สัญลักษณ์ในการบันทึกนอกจากการเขียนอธิบายกำกับการทำงานในแต่ละขั้น สัญลักษณ์ที่ใช้มาตรฐานจะมีอยู่ 1 ชุด และแบ่งออกเป็น 5 สัญลักษณ์ ทั้ง 5 สัญลักษณ์นี้จะครอบคลุมการปฏิบัติงานและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมได้ทั้งหมด สัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมิกระบวนการผลิตจะเป็นที่เข้าใจตรงกันเพราะถือเป็นสัญลักษณ์แบบสากล สัญลักษณ์ดังกล่าวมีดังนี้

การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน
การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน
การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน

รูปแสดงตัวอย่างกิจกรรมตามสัญลักษณ์

ในกรณีที่การกระทำสองอย่างเกิดขึ้นเวลาเดียวกัน ที่จุดเดียวกัน สามารถรวมสัญลักษณ์เข้าด้วยกันได้ แผนภูมิกระบวนการผลิตเป็นเครื่องมือที่ใช้บันทึกกระบวนการผลิตหรือวิธีทำงานให้อยู่ในลักษณะที่เห็นได้ชัดเจน และเข้าใจง่าย ในแผนภูมิจะแสดงถึงขั้นตอนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ โดยมักจะเขียนตั้งแต่วัตถุดิบเข้ามาสู่โรงงาน แล้วติดตามบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัตถุดิบนั้นไปเรื่อยๆ  ทุกขั้นตอน เช่น ถูกลำเลียงไปยังห้องเก็บ , ถูกตรวจสอบ ถูกเปลี่ยนรูปร่างโดยเครื่องจักร จนกระทั่งเป็นชิ้นส่วน หรือประกอบ เป็นผลิตภัณฑ์

การศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนของแผนภูมิ โดยอาจจะมีรูปภาพประกอบของทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิต มักจะทำให้พบว่า การทำงานบางอย่างน่าจะถูกขจัดทิ้งไปได้ การทำงานบางอย่างสามารถรวมเข้าด้วยกันได้กับงานอื่น อาจใช้เครื่องจักรที่ประหยัดกว่าได้ สามารถลดหรือขจัด การล่าช้าหรือการรอคอยที่เกิดขึ้น หรือ รวมถึงการปรับปรุงโดยวิธีอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้การผลิตมีต้นทุนที่ต่ำลง

จากคุณสมบัติของแผนภูมิกระบวนการผลิตที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการทำงานที่ได้จากการวิเคราะห์แผนภูมิกระบวนการผลิตจึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างเอกสารแสดงมาตรฐานการทำงานให้กับพนักงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง ในที่นี้ขอนำแสดง แบบฟอร์ม และตัวอย่างในการกรอกแผนภูมิกระบวนการผลิตไว้ดังรูปต่อไปนี้

การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน

รูปแสดงแบบฟอร์มแผนภูมิกระบวนการผลิต

การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน

รูปแสดงตัวอย่างในการกรอกแผนภูมิกระบวนการผลิต

การวิเคราะห์การปฏิบัติการ

จากการศึกษากระบวนการผลิตโดยรวมซึ่งเป็นการศึกษาเพื่อหาทางลดจำนวนครั้งและระยะทางของการเคลื่อนที่ของพนักงาน, วัสดุ และเครื่องมือต่างๆ  อย่างเป็นระบบ แต่เมื่อต้องการวิเคราะห์การทำงานเฉพาะจุดทำงานโดยรายละเอียด การวิเคราะห์การทำงานจะต้องมีรายละเอียดมากขึ้นจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้การวิเคราะห์ที่เรียกว่า “การวิเคราะห์การปฏิบัติงาน” สำหรับในหนังสือเล่มนี้จะนำเสนอเครื่องมือในการวิเคราะห์การปฏิบัติงานที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ท่าทางการทำงานของคน นั่นคือแผนภูมิแผนภูมิมือซ้ายและมือขวา (Left and Right Hand Chart) หรือ แผนภูมิสองมือ (Two-handed Process Chart) เป็นแผนภูมิที่เขียนเพื่อแสดงการทำงานของมือซ้ายและมือขวาในแผนภูมิจะแบ่งกิจกรรมในการทำงานออกเป็น 4 ชนิดคือ

1.การปฏิบัติงาน (Operation)

คือ การใช้มือหยิบ , ปล่อย, การปล่อยลงตำแหน่ง , การวางลง, การวางลงตำแหน่ง, การใช้เครื่องมือ , การทำงานที่จุดใดจุดหนึ่ง

2.การเคลื่อนที่ หรือการขนส่ง (Transportation)

คือการเคลื่อนที่ของมือจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยที่ในมือจะมีอะไรอยู่หรือไม่ก็ตามสัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมินี้คือ →

3.การถือ (Hold)

คือ การที่มือกำลังจับหรือถืออะไร ไว้และหยุดอยู่กับที่

4.การล่าช้า (Delay)

คือการที่มืออยู่เฉย ๆ โดยไม่ได้ทำงานอะไร

การเขียนแผนภูมิการปฏิบัติงาน

การเขียนแผนภูมิการปฏิบัติงานมีขั้นตอนดังนี้

  1. เขียนแผนผังสถานีงาน ซึ่งประกอบด้วยงานที่จะต้องทำ, วัสดุ เครื่องมือ , เครื่องจักรที่ใช้ในการทำงานและตำแหน่งที่คนงานทำงานอยู่
  2. สังเกตการทำงานของคนงานอย่างละเอียด แล้วบันทึกการเคลื่อนไหวของมือซ้ายและมือขวาของคนงาน การสังเกตการทำงานควรสังเกตหลายๆ  รอบแล้วจึงค่อยบันทึกสรุปการทำงานนั้นๆ
  3. เขียนการเคลื่อนไหวของมือขวาลงในแผนภูมิข้างขวา และการเคลื่อนไหวของมือซ้ายลงในแผนภูมิข้างซ้าย โดยการใช้สัญลักษณ์แทนพร้อมกับมีคำอธิบายการทำงานกำกับอยู่ข้าง ๆ ดังตัวอย่างในรูป
การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน

รูปแสดงตัวอย่างเขียนการเคลื่อนไหวของมือขวา-มือขวา

 

เทคนิคเบื้องต้นในการปรับปรุงการทำงาน

เราจะใช้เทคนิคในการตั้งคำถามเพื่อช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางในการปรับปรุงวิธีการทำงาน โดยเทคนิคนี้เรียกโดยย่อว่า 5W-1H โดยคำถามจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • คำถามสำหรับตรวจสอบ

What = อะไร => ทำงานอะไร?   จุดประสงค์ของการทำงานนี้คืออะไร?

Who = ใคร => ใครเป็นคนทำงานนี้?

When =เมื่อไร => ทำงานนี้เมื่อไร?

Where =ที่ไหน => งานนี้ทำที่ไหน? ตรงไหน?

How = อย่างไร => ทำงานนี้อย่างไร?

  • คำถามเพื่อพัฒนาแนวทางการปรับปรุงวิธีการทำงานโดยจะตรวจสอบหาเหตุผล ความเหมาะสมของวิธีการทำงาน และเปิดโอกาสในการเสนอทางเลือกอื่น

Why =ทำไม => เหตุใดต้องทำงานนี้?

How = อย่างไร => มีอย่างอื่นที่ทำได้ไหม?

จากการตรวจตราและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้บันทึกมาโดยใช้เทคนิค 5W-1H ทำให้เกือบจะได้แนวทางคำตอบการปรับปรุงการทำงานที่ครบถ้วน ขั้นตอนนี้จึงเป็นเพียงการเลือกใช้เทคนิคการปรับปรุงงาน ตามหลักการ ECRS เท่านั้น

  • E=Eliminate all unnecessary work ขจัดงานที่ไม่จำเป็นออกให้หมด
  • C= Combine operation or element รวมการทำงานหรืองานย่อยเข้าด้วยกัน
  • C= Change the sequence of operation ลำดับขั้นการทำงานใหม่
  • S=Simplify the necessary operation ทำงานที่จำเป็นให้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างการวิเคราะห์งานเพื่อการปรับปรุงการทำงาน

การวิเคราะห์งานเพื่อสร้างขั้นตอนการทำงาน

รูปแสดงตัวอย่างผู้ศึกษาเวลาช่วยกันตั้งคำถามเพื่อช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางในการปรับปรุงวิธีการทำงาน

ieProsoft โซลูชั่นครบวงจรด้านการบริหารการผลิตในอุตสาหกรรม

บริษัท ไออี บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด (IEBS) เป็นผู้ให้บริการระบบซอฟแวร์ทางด้านการจัดการอุตสาหกรรม การวางแผนการผลิตโดยลงลึกไปจนถึงการจัดตารางการผลิต มาตรฐานการการทำงาน การจัดสมดุลการผลิต รวมไปถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า ครอบคุลมการบริการในด้านต่างๆที่สำคัญต่อการนำระบบไปใช้ในภาคธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดูแลตั้งแต่การติดตั้ง การให้ปรึกษา การนำไปใช้งานจริง (Implementation) รวมถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ต่างๆ เราสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ยุค ดิจิทัล ด้วยเครื่องมือในกลุ่ม ieProsoft อาทิเช่น ieSmart WI, ieLineBalancing, ieInventory และ ieInventory ซึ่งซอฟแวร์ทั้งหมดนี้ เป็นตัวช่วยให้สามารถบริหารการจัดการผลิตได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำไรให้บริษัทได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน IEBS มีการให้บริการซอฟแวร์ทั้งแบบบริการผ่านซอฟต์แวร์แบบ สแตนด์อโลน (Stand-alone Software) ไปจนถึงชุดซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบ (Full-Blown) แบบคลาวด์โซลูชั่น (Cloud Solution) ได้แก่

  • ieSmart WI: โปรแกรมสร้างมาตรฐานการทำงาน ที่ช่วยให้การสร้างงานฐานในโรงงานง่ายขึ้น เวลาได้มาตรฐานที่ชัดเจน สะดวก และเป็นองค์ความรู้สำหรับองค์กรได้เป็นอย่างดี
  • ieLineBalancing: โปรแกรมจัดสมดุลสายการผลิต เหมาะสำหรับวิศวกร หรือเจ้าหน้าที่วางแผนการผลิตใช้ในการจัดวางแผนสายการผลิต ภายใต้ความต้องการที่ไม่แน่นอน และกำลังคนที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา
  • ieInventory: โปรแกรมจัดการคลังสินค้า ที่ช่วยให้การบริหารคลังในระดับอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ด้วยฐานข้อมูลบนคลาวด์
  • ieScheduling : โปรแกรมจัดตารางการผลิต เครื่องมือช่วยในการจัดการผลิตในระดับปฎิบัติการ ควบคุม และติดตามงานแบบทันเวลา (Realtime) และประเมินกำลังการผลิตได้รวดเร็ว
[/col_inner_6] [/row_inner_6] [/col_inner_5] [/row_inner_5] [/col_inner_4] [/row_inner_4] [/col_inner_3] [/row_inner_3]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *